|
|
1.1 ประวัติความเป็นมาของ
HTML
|
|
|
HTML (เอชทีเอ็มแอล) เริ่มพัฒนาโดย ทิม เบอร์เนอรส์ ลี (Tim Berners Lee) ในปัจจุบัน
HTML เป็นมาตรฐานหนึ่งของ ISO ซึ่งจัดการโดย World Wide Web Consortium
(W3C)HTML เป็นภาษามาร์กอัปหลักในปัจจุบันที่ใช้ในการสร้างเว็บเพจ หรือข้อมูลอื่น ที่เรียกดูผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ซึ่งตัวโค้ดจะแสดงโครงสร้างของข้อมูล
ในการแสดง หัวข้อ ลิงก์ ย่อหน้า รายการ รวมถึงการสร้างแบบฟอร์ม
เชื่อมโยงภาพ หรือวิดีโอด้วยโครงสร้างของโค้ด เอชทีเอ็มแอล จะอยู่ในลักษณะภายในวงเล็บสามเหลี่ยม (< >) หรือเรียกว่า Tag
(แท็ก)
(ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิคส์และคอมพิวเตอร์, 2548)
|
|
HTML
เป็นภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมภาษาหนึ่ง
ของคอมพิวเตอร์เพื่อตอบสนอง
ในการแสดงผลบนจอภาพ ในระบบอินเตอร์เน็ต
(Internet)ในลักษณะเว็บเพจ
ซึ่งสามารถแสดงผลได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
รวมทั้งรูปกราฟิก, ภาพนิ่ง,
ภาพเคลื่อนไหว,เสียง
หรือแม้กระทั้งการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์อื่นๆ
ในระบบอินเตอร์เน็ต ภาษา HTML
เป็นภาษาที่มีลักษณะเป็นโค้ด(Code)
กล่าวคือ
จะเป็นไฟล์ที่เก็บข้อมูลที่เป็นตัวอักษรในมาตรฐานของรหัสแอสกี (ASCII
Code)
โดยเขียนอยู่ในรูปของเอกสารข้อความ (Text
Document)ดัง้ะงนั้นจึงทำให้ง่ายต่อการเรียนรู้
สามารถกำหนดรูปแบบและโครงสร้างได้ง่ายด้วย ภาษาHTMLนี้ได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้ใช้ได้ง่ายขึ้นและตอบสนองต่อการใช้รูปภาพทางกราฟิก
โดยเริ่มพัฒนามาตั้งแต่รุ่น 1.0, 2.0, 3.0 จนถึงรุ่น 4.0 ในปัจจุบัน นอกจากนี้
ภาษา HTML
ยังมีลักษณะพิเศษที่ควรทราบดังนี้
สามารถใช้ได้กับโปรแกรมสร้างและแก้ไขไฟล์ข้อความ
ได้แก่ Notepad, Word
Processing ต่างๆ ซึ่งง่ายต่อการเรียนรู้
และไฟล์ที่ได้จะมีขนาดเล็ก ภาษาHTML
ที่ถูกบันทึกใน Text Editor จะมี ชนิดของไฟล์
เป็น HTM สำหรับในระบบปฏิบัติการ
MS-DOS จะมีชนิดเป็น HTM หรือ HTML
ในระบบปฏิบัติการยูนิกซ์, วินโดวส์ ภาษาHTML
สามารถทำงานได้บนเว็บบราวเซอร์ทุกตัว
ที่สนับสนุน ภาษาHTML
ได้แก่
Netscape รุ่นต่าง ๆ, Microsoft Internet Explorer, American Online,
Mosaic เป็นต้น
ถึงแม้ว่า Dream weaver
จะช่วยให้เราสามารถสร้างเว็บเพจได้โดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับภาษา
HTML
เลยก็ตาม แต่สำหรับผู้ใช้บางท่านที่มีความรู้ความสามารถในการเขียนภาษาHTML
อาจต้องการ
เพิ่มเติมแก้ไขด้วยภาษา HTML ที่ตนถนัด
ซึ่งโปรแกรมก็ได้จัดเตรียมส่วนนี้
ไว้ให้พร้อมใช้ได้ทันที
( ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ, 2552) |
| 1.2
ประวัติความเป็นมาของ
อินเทอร์เน็ต |
|
|
อินเทอร์เน็ต
เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งเริ่มก่อตั้งโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา
อินเทอร์เน็ตในยุคแรก ๆ ประมาณปี พ.ศ. 2512
เป็นเพียงการนำคอมพิวเตอร์จำนวน
ไม่กี่เครื่องมาเชื่อมต่อกันโดยสายส่งสัญญาณเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์
มีภารกิจหลักใช้ในงานวิจัยทางทหารเรียกว่าอาร์ปา(ARPA:Advanced Research
Project
Agency) ปี พ.ศ. 2515
หลังจากที่เครือข่ายทดลองอาร์พาประสบความสำเร็จ
ก็ได้มีการปรับปรุงหน่วยงานจาก
อาร์ปามาเป็นดาร์พา (Defence Communication Agency)
ในปี พ.ศ. 2526
อาร์ปาเน็ตได้แบ่งเป็น 2 เครือข่าย ด้านงานวิจัยใช้ชื่อว่าอาร์ปาเน็ตเหมือนเดิม
ส่วนเครือข่ายของกองทัพใช้ มิลเน็ต (MILNET: Military Network)
ซึ่งมีการเชื่อมต่อโดยใช้
โปรโตคอล TCP/IP (Transmission Control Protocol /
Internet Protocol) ครั้งแรก
ปี พ.ศ. 2528 มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติอเมริกา
(NSF : National Science Foundation)
ได้ให้เงินทุนในการสร้างศูนย์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่6 แห่ง และใช้ชื่อว่า NSFNET
ปี พ.ศ. 2533 อาร์ปาเน็ตไม่สามารถที่จะรองรับภาระที่เป็นหลัก (Backbone)
ของระบบได้
อาร์ปาเน็ตจึงได้ยุติลงและเปลี่ยนไปใช้ NSFNET และเครือข่ายอื่น ๆ
แทนมาจนเป็นเครือข่าย
ขนาดใหญ่ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ โดยเรียกเครือข่ายว่า
อินเทอร์เน็ต
โดยเครือข่ายส่วนใหญ่
จะอยู่ในอเมริกาและปัจจุบันนี้มีเครือข่ายย่อยมากมายทั่วโลก
(ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิคส์และคอมพิวเตอร์,
2548)อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย
อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยได้เริ่มขึ้นเมื่อปี
พ.ศ. 2530 โดยการเชื่อมต่อมินิคอมพิวเตอร์
ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)
ไปยังมหาวิทยาลัย เมลเบิร์น
ประเทศออสเตรเลีย แต่ในครั้งนั้นยังเป็นการเชื่อมต่อโดยผ่าน
สายโทรศัพท์
ซึ่งสามารถส่งข้อมูลได้ช้า และไม่เป็นการถาวร
จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2535
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
(NECTEC)
ได้ทำการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับมหาวิทยาลัย 6 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สถาบันเทคโนโลยี และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC),
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เข้าด้วยกันเรียกว่า
"เครือข่ายไทยสาร"
ต่อมาในปี พ.ศ.
2537 ความต้องการในการใช้อินเทอร์เน็ตจากภาคเอกชนมีมากขึ้น
การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) จึงได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชน
เปิดบริการอินเทอร์เน็ต
ให้แก่บุคคล และผู้สนใจทั่วไปได้สมัครเป็นสมาชิก
พร้อมตั้งขึ้นในรูปแบบของบริษัทผู้ให้
บริการอินเทอร์เน็ต เชิงพาณิชย์ เรียกว่า
"ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต" หรือ ISP
จนใช้กันมาอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน |
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น